Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด ร้อยเอ็ด

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดผาน้ำย้อย เป็นวัดที่เป็นที่รู้จักกันดีเพราะวัดแห่งนี้เป็นวัดที่เป็นสถานที่ประดิษฐานของพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ซึ่งเป็นพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่องค์หนึ่งที่มีความสวยงามในเรื่องของลวดลายไทยและความวิจิตรศิลป์พิศดารของทางวัด ซึ่งวัดแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ บ้านโคกกลาง ต.ผาน้ำย้อย อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด โดยมีระยะทางอยู่ห่างจากตัวเมืองร้อยเอ็ด ประมาณ 60 กิโลเมตร ซึ่งพระมหาเจดีย์ชัยมงคลนั้นมีพื้นที่ทั้งหมด 2,500 ไร่ ถูกก่อสร้างโดย พระเทพวิสุทธิมงคล หรือ(หลวงปู่ศรีมหาวีโร) เมื่อปี พ.ศ. 2528 เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และเป็นศูนย์กลางในการฝึกอบรมบําเพ็ญกุศลต่างๆ

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล

ภายในบริเวณของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลนั้นมีเนื้อที่ 101 ไร่ ถูกออกแบบโดยกรมศิลปากร โดยการนำศิลปะระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนมมาผสมผสานได้อย่างลงตัว เป็นการใช้ศิลปกรรมที่ร่วมสมัยของทั้งสองภาค ได้แก่ศิลปกรรมของทางภาคกลางและศิลปกรรมของทางภาคอีสานนั้นเอง โดยพระมหาเจดีย์ชัยมงคลนั้นเป็นสีขาวทั้งองค์และมีสีทองตัดจนเป็นลวดลายที่ดูสวยงามเข้ากันมากโดดเด่นเห็นได้ในระยะไกลๆ ซึ่งพระมหาเจดีย์ชัยมงคลนั้นถูกรายล้อมด้วยองค์พระเจดีย์องค์เล็กอีก 8 องค์ ทั้งแปดทิศ ภายในพื้นที่ 101 ไร่นี้ใช้สร้างพระมหาเจดีย์ชัยมงคล ที่มีความกว้าง 101 เมตร ยาว 101 เมตร สูง101เมตร แบ่งเป็น 6 ชั้นดังนี้

ชั้นที่1 เป็นชั้นอเนกประสงค์ เป็นห้องโถงที่มีขนาดใหญ่ มีรูปหล่อของหลวงปู่ศรี มหาวีโร สวยเด่นเป็นสง่าใช้เป็นในการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา

ชั้นที่2 เป็นชั้นสำหรับประชุมสงฆ์เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีผนังติดตั้งรูปพุทธประวัติมีลวดลายสุดพิสดาร ฝาผนังโดยรอบมีรูปภาพของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ขนาดใหญ่ซึ่งรูปภาพในแสดงอิริยาบถต่างๆ ของท่าน

ชั้นที่3 เป็นชั้นอุโบสถและเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธชินราชหน้าตักกว้าง 101 นิ้ว เป็นประธาน โดยรอบอุโบสถมีรูปหล่อเหมือนเกจิชื่อดังพระอาจารย์สายอีสานทั้งหมด 101 รูป

ชั้นที่4 เป็นชั้นชมวิว โดยด้านนอกจะมีจุดชมวิวทิวทัศน์ภูเขาเขียวล้อมรอบบรรยากาศดี ส่วนด้านในมีผนังที่มีภาพเขียนบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่เริ่มก่อตั้งพระมหาเจดีย์

ชั้นที่5 เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์สถาน เป็นห้องโถงรูประฆังแปดเหลี่ยมโดยบรรจุอัฐิของเกจิชื่อดังสายอีสาน

ชั้นที่6 เป็นชั้นที่สูงที่สุดและเป็นชั้นที่สำคัญที่สุด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้าอยู่เหนือบันไดเวียนเก้าขั้น พระมหาเจดีย์ชัยมงคลจึงเป็นสถานที่เชื่อมโยงระหว่างชาวพุทธกับพระพุทธ เป็นสถานที่ที่ทำให้ชาวพุทธเลื่อมใสศรัทธาและได้มาทำบุญและปฏิบัติธรรมอีกทั้งยังได้มาชมวิวทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติและได้รับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ ได้ตื่นตากับความสวยของพระมหาเจดีย์ชัยมงคลและความงดงานของลวดลายไทยที่ดูแปลกตาน่าเก็บรักษาและหวงแหนไว้แด่คนรุ่นหลังยิ่งนัก

 

wat-pha-nam-yoi

the-front-of-the-maha-chedi-chai

phra-maha-chedi-chai

in-front-of-the-pagoda

fine-arts

fine-arts-crazy

inside-the-pagoda

wat-pha-nam-thip

wat-pha-nam-thip-thepprasit-wanaram

external-maha-chedi-chai

Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด ลำพูน

วัดสันป่ายางหลวง เดิมมีชื่อเต็มว่า (วัดอาพัฒนารามป่าไม้ยางหลวง) ที่ถูกประทานชื่อจาก พระนางจามเทวี ผู้ที่เป็นผู้สร้างและฟื้นฟูวัดแห่งนี้ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่นับถือ ศรัทธา ของชาวบ้านในละแวกนี้มาจนถึงปัจจุบัน ว่ากันว่าแต่เดิมของบริเวณที่แห่งนี้เป็นสัตตมหาสถานของศาสนาพราหมณ์ และเคยเป็นวัดร้างมาอยู่ในช่วงเวลาหนึ่งในยุคเสื่อมศาสนา จนได้พระนางจามเทวีเป็นผู้บูรณะวัดป่ายางหลวงจนชาวบ้านกลับมาเลื่อมใสอีกครั้ง

ต่อมาได้มีพระสงฆ์จากพม่าได้เดินมาเผยแพร่พุทธศาสนาที่นี้จนทำให้ชาวบ้านเลื่อมใสในศาสนา จึงได้เปลี่ยนจากสัตตมหาสถานของศาสนาพราหมณ์มาเป็นวัด ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดขอมลำโพง” เนื่องจากว่าส่วนใหญ่ของคนในพื้นที่แห่งนี้สมัยก่อนมีแต่ชาวขอม ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดมาเป็นวัดอาพัฒนารามป่าไม้ยางหลวง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานที่เพราะในสมัยนั้นที่วัดแห่งนี้มีต้นยางมากมายขึ้นอย่างหนาทึบมาก ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะเรียกชื่อวัดนี้สันๆ ว่า วัดสันป่ายางหลวงนั้นเอง

ซึ่งวัดแห่งนี้ติด 1 ใน 5 ของวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งวัดแห่งนี้เต็มไปด้วยวิจิตรศิลป์ที่มีความละเอียดอ่อนมาก ไม่ว่าจะเป็นเสาร์ ประตู หน้าต่าง ทั้งภายนอกและภายในเต็มไปด้วยลวดลายที่มีความสวยและประณีตเป็นอย่างมาก และมีสิ่งปลูกสร้างมากมาย เช่น อุโบสถ เจดีทอง วิหารพระเขียวโขง และปูนปั้นต่างๆ

ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระหยกเขียว ที่ได้นำมาจากแม่น้ำโขง และยังมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่คือ พระพุทธเมตไตรย นอกจากนี้ยังมีพระเจดีองค์ใหญ่อยู่ด้านหลังของพระอุโบสถ ตามตำนานที่ได้เล่าขานกันมา ว่ากันว่าได้มีการอัญเชิญ พระสาริยะธาตุกลางกระหม่อมพระอัครสาวกของพระพุทธเจ้านั้นก็คือพระมหาโมคคัลลานะและพระสารีบุตรมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีแห่งนี้ ซึ่งภายในของพระอุโบสถที่วัดสันป่ายางหลวงจะมีภาพเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาพระเวสสันดรชาดกชาติภพต่าง และยังมีเครื่องประดับของคนในสมัยก่อนเป็นมรกตและอัญมณีต่างๆ ให้ได้ชม วัดแห่งนี้มีกุฏิของพระสงฆ์ที่ทำจากไม้สักทั้งหลัง โดยทางวัดยังมีรถนั่งนำเที่ยวบริเวณรอบๆ วัดให้อีกด้วย สำหรับคนที่ขาไม่ค่อยดีเดินเหินลำบาก

beautiful-temple-in-lamphun

wat-san-pa-yang-luang

stone-carving

golden-pagoda

mural

his-big

wall-carving

Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด อยุธยา

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร

วัดนิเวศธรรมประวัติ เป็นหนึ่งเดียวของวัดที่มีลักษณะคล้ายโบสถ์คริสต์ที่มีความสวยและดูแปลกตาเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นวัดจริงๆ มีพระสงฆ์ปฏิบัติธรรมอยู่จริงเหมือนกับวัดอื่นๆ แบบวัดทั่วไป โดยวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาดังนี้

วัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหาร ซึ่งเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการปฏิบัติธรรมและบำเพ็ญพระราชกุศล หรือใช้ในการทําพิธีกรรมต่างๆ โดยวัดนิเวศธรรมประวัติแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังที่บางปะอิน พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดนิเวศธรรมประวัติราชวรวิหารแห่งนี้ให้มีรูปทรงเลียนแบบกับโบสถ์คริส ของฝรั่ง ที่มีหลังคาปลายแหลมและมีหน้าต่างที่โค้งมนแบบโกธิค ซึ่งวัดแห่งนี้ทั้งหลังได้ใช้วัสดุในแต่ละส่วนชนิดเดียวกับโบสถ์ฝรั่งอย่างไงอย่างนั้น เช่น กระจก โครงเหล็ก กระเบื้อง สี เป็นต้น โดยภาพรวมของวัดแห่งนี้ทำให้ผู้ที่มี จิตศรัทธาหรือคนที่ได้มาสักการะบูชานั้น ได้รู้สึกตื่นตาตื่นใจของสถานที่แห่งนี้ เพราะนอกจากจะได้เห็นวัดที่มีลักษณะคล้ายกับโบสถ์คริสแล้วยังได้เห็นการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ในสถานที่นี้ได้อย่างลงตัว ถือว่าเป็นวัดที่ทั้งแปลกและสวยมากวัดหนึ่ง ซึ่งบรรยากาศรอบๆ ของบริเวณวัด มีความร่มรื่นและเงียบสงบมาก มีต้นสาละต้นใหญ่ต้นไม้ที่มีความสำคัญในพระพุทธศาสนาออกดอกสวยงามตระการตาสีสันสวยสุดๆ ซึ่งวัดแห่งนี้ไม่มีถนนรถ รถไม่สามารถเข้ามาถึงวัดแห่งนี้ได้ ต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำมาไม่ว่าจะเป็นนักแสวงบุญ หรือพระก็ตาม ซึ่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำแห่งนี้ได้สร้างความตื่นเต้นและความสําราญให้แก่นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย และถ้าหากนักท่องเที่ยงที่โดยสารมาทางเรือจากปากเกร็ด นนทบุรี มาสิ้นสุดที่วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างการล่องเรือมาตามแม่น้ำนั้น นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้ชมวิวทิวทัศน์และวิถีชีวิตชาวบ้านของคนในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ทางเรือโดยสารก็ได้จัดกิจกรรมทั้งให้ความรู้ ความผ่อนคลายทั้งกายและจิตใจก่อนที่จะไปถึงวัด ซึ่งมีทั้งการนวดแผนไทย นวดแผนโบราณ ไม้ตอกเส้น เป็นต้น ในเรื่องของการให้ความรู้ก็มีทั้งความรู้แบบทั่วไป และความรู้เกี่ยวกับธรรมะอักด้วย เมื่อเรือได้ล่องมาถึงที่วัดนิเวศธรรมประวัติ ทางเรือก็จะจอดเทียบที่ฝั่งตรงข้ามกับวัดเพื่อที่จะได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อข้ามแม่น้ำไปวัดนั้นเอง วัดแห่งนี้เหมาะกับการมาทำบุญ และการจัดทัศนศึกษาเป็นอย่างมาก ใครที่ยังไม่เคยไปต้องลองไปให้ได้สักครั้งเพราะวัดที่แปลกและสวยแบบนี้มีที่นี่ที่เดียว

wat-niwetthammaprawat

a-measure

beautiful-temple

wat-temple-fair

temple-turnovers

temple-niwetthammaprawat

front-measure

cable-car-ride-across-the-water

sal-tree

inside-the-church

the-measure

christ-temple

Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ

เป็นอีกหนึ่งวัดที่มีพระองค์ใหญ่ที่สุดของจังหวัด กาญจนบุรี ที่มีความโดดเด่นและสวยงามเป็นเอกลักษณ์ มีพระเจดีย์ที่สามารถมองเห็นได้ในระยะไกลได้อย่างเด่นชัดเพราะ วัดนี้มีที่ตั้งเป็นเนินเขา ทั้งสูงและสวยเกินคำบรรยายจริงๆ นอกจากนี้ ผู้ที่มีจิตศรัทธาจะได้มาขอพรกราบไหว้ หลวงพ่อชินประทานพร และ สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท อีกด้วย จุดเด่นของวัดถ้ำเสือไม่ได้มีเพียงแค่ พระองค์ใหญ่ที่เด่นเท่านั้น แต่ทางวัดยังมี ทางเดินที่เป็นบันไดนาค มีความชันโดยประมาณ 60 องศา และมีจำนวน 157 ชั้นด้วยกันเหมาะกับการท้าทายและการออกกำลังกายได้เป็นอย่างดี เมื่อขึ้นบันไดมาถึงบนเขาที่เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อชินประทานพรแล้ว ท่านก็จะได้มาสักการบูชาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถตีระฆังเพื่อความเป็นสิริมงคลได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถสวยงามที่มีความเป็นวิจิตรศิลป์ที่สวยงาม มีพระเจดีย์เกศแก้วมหาปราสาท และบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย โดยภายในวัดแห่งนี้จะมีห้องที่แบ่งออกไป 4 ห้องภายในถ้ำอีกด้วย ซึ่งภายในถ้ำก็จะสามารถเดินเขาไปชมความเป็นธรรมของถ้ำได้อีกด้วย หรับคนเฒ่าคนแก่หรือคนที่ขาแขนไม่ค่อยจะดี ก็สามารถขึ้นไปสักการบูชาพระองค์ใหญ่ได้โดยไม่ต้องขึ้นบันไดให้เมื่อยเพราะทางวัดถ้ำเสือได้มีบริการ รถไฟรางเหล็ก รับ – ส่ง คน ขึ้น – ลง วัดได้อย่างปลอดภัยในราคาแค่ 10 บาทเท่านั้น สะดวกสบายเหมาะกับคนที่มีจิตศรัทธาทุกเพศทุกวัยในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งไฮไลท์ของทางวัดแห่งนี้นั้นก็คือการได้ขึ้นไปถึงจุดที่สูงที่สุดของทางวัด เพราะนอกจากจะได้มากราบไหว้สักการบูชาพระองค์ใหญ่แล้ว ท่านยังจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบ 360 องศา ซึ่งเป็นเป็นวิวที่ดีที่สุดของจังหวัดนี้เลยก็ว่าได้เพราะพื้นที่โดยรอบที่เป็นท้องนาและพื้นป่ารวมไปถึงหุบเขาล้อมรอบ สายลมที่พัดพาอากาศที่บริสุทธิ์ ซึ่งไม่อาจหาได้ในเมืองหลวงแบบนี้ นับว่าเป็นความคุ้มค่ากับใครก็ตามที่ต้องการมาเที่ยวพักผ่อนในวันหยุดสบายๆ แถมได้บุญแบบนี้ต้องมาที่วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี เท่านั้น

ประวัติและที่มา ของวัดถ้ำเสือ วัดถ้ำเสือเป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่เนินเขา ต.ม่วงชุม อ. ท่าม่วง จ. กาญจนบุรี ซึ่งเดิมทีเป็นสำนักสงฆ์เล็กๆ ธรรมดาทั่วไป ที่อยู่ในบริเวณเนินเขาด้านล่าง ต่อมาด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านทั้งหลายที่มีความเลื่อมใสศรัทธาสำนักสงฆ์แห่งนี้จึงได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันก่อสร้าง และบูรณะสำนักสงฆ์นี้อย่างต่อเนื่องจึงกลายมาเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่โตและดูสวยงามในวิจิตรศิลป์ ซึ่งในปัจจุบันวัดแห่งนี้ได้มีการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ รถไฟรางเหล็กและอื่นๆ อีกมากมาย จนทำให้เกิดความสะดวกในการเดินทางเพื่อมาสักการบูชายิ่งนัก ที่ถ้ำเสือแห่งนี้ได้มีถูกค้นพบครั้งแรกโดยหลวงพ่อสิงห์ที่เป็นพระธุดงค์ได้จัดตั้งขึ้นเป็นสำนักสงฆ์เพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาธรรม ต่อมาหลวงพ่อชื่นได้ทำการบูรณะใหม่จนกลายมาเป็นวัดถ้ำเสือในปัจจุบัน ซึ่งสังขารของหลวงปู่ชื่นนั้นประดิษฐานอยู่ที่ศาลาการเปรียญของวัดถ้ำเสือ และยังมีศาลาประดิษฐานรูปหล่อของเจ้าอาวาสหลวงพ่อสิงห์อยู่ ณ ที่วัดถ้ำเสือแห่งนี้อีกด้วย

the-height-of-the-tiger-temple

tiger-temple-beautiful-viewss

wat-tham-sua

tiger-temple-in-kanchanaburi

tiger-temple

wat-tham-sua-beautiful

views-tiger-temple

chapel

cave-tiger-cave-temple

trains-tiger-temple

stairs-tiger-temple

 

 

Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด อุทัยธานี

วัดจันทาราม หรือ วัดท่าซุง เป็นอีกหนึ่งของวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยของไทยอีกวัดหนึ่ง ที่สวยที่สุดในจังหวัด อุทัยธานี ที่มีงานสร้างสถาปัตยกรรมอันงดงานตระการตา โดยที่วัดแห่งนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของวิหารแก้วร้อยเมตร เพราะเป็นวิหารที่มีความงดงามเสมือนได้อยู่บนสวรรค์ ซึ่งถูกประดับไปด้วยแก้วและกระจกเงาที่สวยและไม่เหมือนใครวิหารแก้วจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00-11.45 น .และ 14.00-16.00 น.

 

นอกจากนี้วัดแห่งนี้ยังมีวิหารทองคำทั้งหลังที่ถูกตกแต่งด้วยคำเปลว ซึ่งประตูและหน้าต่างได้ถูกแกะสลักบอกเรื่องราวความเป็นมาของวัดนี้อีกด้วย

ซึ่งสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้ได้ถูกก่อสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอธุยา โดยมีหลวงพ่อปานเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัด เมื่อเวลาผ่านไปวัดท่าซุงก็ได้ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2511 หลวงพ่อพระราชพรหมญาณ หรือ (หลวงพ่อฤาษีลิงดํา) ได้ทำการบูรณะวัดท่าซุงแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ จึงทำให้วัดแห่งนี้กลับมามีชื่อเสียงและกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง ซึ่งสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดํา ได้ถูกเก็บไว้ที่วิหารแก้วร้อยเมตรแห่งนี้อีกด้วย ว่ากันว่าสังขารของหลวงพ่อฤาษีลิงดํานั้นไม่เน่าไม่เปื่อยอีกด้วย

ซึ่งวัดแห่งนี้มีห้องน้ำถึงมากถึง 4,000 ห้อง ด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีห้องน้ำมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ ซึ่งทางวัดได้บอกมาว่าเหตุที่ต้องสร้างห้องน้ำมากถึงขนาดนี้ก็เพื่อให้เป็นที่ปลดทุกข์ เพราะการปวดท้องอุจจาระถือว่ากำลังมีทุกข์นั้นเอง

ที่วัดแห่งนี้มีศาลาไว้ปฏิบัติธรรมที่มีเนื้อที่อยู่ประมาณ 12 ไร่ สามารถรองรับผู้ที่มีจิตศรัทธามาปฏิบัติธรรมได้มากถึงร่วมเจ็ดหมื่นกว่าคนด้วยกัน มีที่ วัดแห่งนี้มีเนื้อที่ทั้งหมด 290 ไร่ ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ไม่สามารถเดินด้วยเท้าเปล่าได้ทั่วถึง วัดแห่งนี้หากใครที่ได้มาถึงวัดแห่งนี้เป็นครั้งแรกจะต้องตกตลึงเพราะแทบไม่น่าเชื่อว่าที่แห่งนี้จะเป็นวัด เพราะวัดแห่งนี้ทั้งใหญ่ และสวย รวมไปถึงความมีระเบียบสะอาดตา ใครที่ได้ไปเที่ยวชมกราบไหว้ในสถานที่แห่งนี้จะต้องประทับใจในความสวยที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน สำหรับคนที่ไม่เคยได้ไปต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตจะเป็นบุญกุศลแก่ชีวิตท่านอย่างยิ่ง

crystal-cathedral

crystal-cathedral-hundred-meters

beautiful-temple

glass-timber-port

a-glass-mirror

beautiful-timber-port

measuring-glass

wat-chantharam-or-timber-port

timber-port

wat-chantharam

pastor-timber-port

Uncategorized

หนึ่งในวัดสวยที่สุดในประเทศไทยของจังหวัด ราชบุรี

วัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน จ. ราชบุรี เป็นอีกวัดหนึ่งที่ได้รับขนานนามว่าเป็นวัดที่สวยที่สุดวัดหนึ่งของไทยก็ว่าได้ เพราะวัดนี้เป็นวัดที่มีลักษณะที่มีอุโบสถเป็นสีทองคำสีเหลืองทองอร่ามงามตามาก ซึ่งวัดนี้ไม่ได้มีความสวยแค่ภายนอกเพียงเท่านั้น โดยภายในวัดจะมีประดิษฐานของพระประธานปางมารวิชัย ที่สร้างจากหยกขาวทั้งองค์ โดยถูกสร้างด้วยศิลปะของชาวพม่า และอัญเชิญตรงมาจากประเทศพม่าโดยตรง นอกจากนี้วันนี้ยังมีพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองประจำวัด นั้นก็คือ พระศรีอารย์ นั้นเอง ทั้งนี้ภายในอุโบสถทองคำนี้ยังมีศิลปะภาพเขียนตามฝาผนัง มีประตูหน้าต่างที่แกะสลักลวดลายสวยงามลงตัวสุดๆ โดยวัดนี้ได้ใช้เวลาในการสร้างทั้งหมดเป็นเวลา 37 ปี ซึ่งได้ถูกสร้างขึ้นด้วยการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่บ้านทั้งสิ้น ใช้งบในการสร้างมากถึง ร้อยล้านบาทเลยทีเดียว จึงเป็นที่มาของคำว่าวัดพระศรีอารย์ อุโบสถทองคำร้อยล้าน  เดิมทีวัดนี้มีชื่อว่าวัด สระอาน และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดพระศรีอารย์แทน วัดแห่งนี้อยู่ที่ ตำบล บ้านเลือก อำเภอ โพธาราม จังหวัด ราชบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมดอยู่ที่ 40 ไร่ มีบรรยากาศดีโดยรอบวัดจะมีต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ ร่มรื่น ใครที่ได้ไปสัมผัสวัดแห่งนี้รับรองไม่ผิดหวังแน่

church-saaan

golden-temple

measure

church-gold

beautiful-temple

church-phasi-r

church

Uncategorized

10 อันดับ วัดที่ถูกขนานนามว่าสวยที่สุดในโลก

โลกของเรานั้นมีเรื่องราวต่างๆ และสถานที่ที่น่ามหัศจรรย์เกิดขึ้นมากมายทั้งโดยทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น วันนี้เรามาดูสิ่งก่อสร้างประเภทวัดที่มีเกือบทั่วทุกมุมโลก สร้างจากน้ำมือมนุษย์โดยทางเราได้คัดเลือกวัดที่สวยที่สุดมา 10 อันดับ โดยมีการจัดอันดับโดยข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าท่านจะแสดงความคิดเห็นเช่นเดียวกับเรา หรือ ไม่ก็ตามเพื่อความกระจ่างเราไปชมวัดสวยของแต่ละประเทศกันเลยว่าเป็นอย่างที่เราชอบอยู่จริงรึป่าว

อันดับที่ 10 ปราสาทนครวัดนครธม ประเทศกัมพูชา

นครวัด1 0008

 

อันดับที่ 9 วัดศรีรังกัม ประเทศอินเดีย

วัดศรีรังกัม02 001

 

อันดับที่ 8 หริมันทิรสาหิบ หรือ วิหารทอง ประเทศอินเดีย

วิหารฮัรมันดิร3 002

 

อันดับที่ 7 มหาสถูปโบโรบูดูร์ ประเทศอินโดนีเซีย

เจดีย์บุโรพุทโธ 4 003

 

อันดับที่ 6 วัดชิออนอิน(Chionin Temple) ประเทศญี่ปุ่น

วัดจิออนอิน 5 002

 

อันดับที่ 5 หอฟ้าเทียนถาน หรือ หอสักการะฟ้า ประเทศจีน

หอฟ้าเทียนถาน5 004

 

อันดับที่ 4 พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง ประเทศพม่า

พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง6 004

 

อันดับที่ 3 วัดปรัมบานัน ประเทศอินโดนีเซีย

วัดพรัมบานัน7 001

 

อันดับที่ 2 วัดร่องขุน

วัดร่องขุ่น9 005

 

อันดับที่ 1 วัดทักซัง ประเทศภูฏาน

Tiger's Nest Monastery 10 00010